วันจันทร์ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2551

24/4/51

HAHA!!
challenge EXCEL by script.
New knowledge today is the writing script for use in EXCEL.
VB(Visual Basic) is the major language script in EXCEL.
But I know a little bit about that.
So How can I use it as fast as possible?
Answer=Macro,It's the one way to do this.
Let's see my step.
1st Record the macro and do something what you want
2nd Stop the macro and open the script editor
3nd Edit your code as you want to do
3 step that's it. That's all I want and now I can do my work easier.
Thank for P'Frint's suggestion.

23/4/51

I still got work to do all day .
IR 21,I try to find out the way to make my work easier.
because it use many hours to finish each operator.
and I hope to found it soon.

22/4/51

อีกวันหนึ่งของการ train ซึ่งเป็นความรู้เดิมที่พี่ในแผนกได้เคยสอนไว้ตอนแรก
ซึ่งวันนี้ก็ได้มีโอกาสไปสาธยายถึงหน้าที่ของแผนกที่ทำอยู่โดยได้รับการมอบหมายจากพี่ในแผนก

the point of day is the basic lecture of NOC department.
I was assigned a little topic of this lecture and everything
fine.

21/4/51

วันนี้เป็นวันที่พิเศษที่ทาง AIS ได้จัด train ให้กับนักศึกษาฝึกงานในสายงาน operation
ซึ่งส่วนใหญ่จะประกอบไปด้วย วิศวกร IT และวิทยาคอม
ซึ่งเนื้อหาที่ถูก train ในวันนี้ไม่ได้ serious มากอะไรอาจจะไม่เรียกว่า train ด้วยซ้ำ
ดูแล้วคล้ายกับวิทยากรกำลังมาแนะนำ trend ต่าง ๆ ทั้งในเทคโนโลยีการสื่อสาร และเทคโนโลยี
คอมพิวเตอร์ ว่า trend ในปีนี้กำลังหมุนไปทางไหน

วันศุกร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2551

17/4/51

ไฟดับฝนตกตรงตามที่พี่สอนมาตรง ๆ เลยทีเดียว วันนี้ได้รับความรู้เพิ่มเกี่ยวกับสัญญาณ

external alarm จากระบบที่พวก vendor หรือใครสักคนที่คิดขึ้นมานั้นผู้เขียน

ขอเชยชมว่าคนคิดระบบนี่เก่งจริงเพราะระบบของเขาเหนียวมาก

กลับมาเริ่มกันที่ External Alarm ก่อนว่าคืออะไร?

External Alarm-ว่ากันตรง ๆ ก็คือ Alarm ที่เกิดจากปัจจัยภายนอกระบบซึ่ง

ระบบนั้นก็คือระบบที่เกิดจากการทำงานในอุปกรณ์ชุมสายนั่นเอง
ตัวอย่าง External alarm เช่น Fuel alarm, Rectifier alarm เป็นต้น

16/4/08

NOC(Network Operation Center)
ศุนย์ปฏิบัติการเครือข่าย-เป็นศูนย์ปฏิบัติการที่หน้าที่ในการดูแลรักษาระบบให้คงอยู่ 24 ชั่วโมงทั่วประเทศ
ซึ่งสิ่งที่ได้รับรู้ในวันนี้เป็นลักษณะของ Job System ของหน่วยงานที่ NOC นี้ว่าการจะออกใบงาน
แต่ละครั้งนั้นต้องทำอย่างไรบ้าง
State Job
->Create-เมื่อได้รับ Alarm แจ้งเตือนมาผู้ที่ได้รับ Alarm จะทำหน้าที่ Create
Job ขึ้นมาและกำหนด Description ของ Job
->Assign-หลังจากที่ Job ถูก Create ขึ้น Job จะถูก Assign ให้กับ FE(Field Engineer)
ซึ่งหลังจากที่ Assign แล้ว FE จะสามารถเลือกรับได้ว่าจะ accept หรือ reject job นั้น
->Accept-จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อ FE นั้นรับ Job นั้นแล้วแล้วคนที่ปิด Job ในส่วนของงาน Maintainance
นั้นจะต้องเป็นคนที่ accept job ในส่วนนี้
->Initiate-สถานะเริ่มต้นที่ติดต่อกันระหว่าง FE และ NOC ว่า FE จะเริ่มเข้าไปทำงานใน site งาน
และเป็นสถานะที่วกกลับมาเมื่อ FE ไม่สามารถที่จะทำงานให้เสร็จภายในวันนั้นได้
->On-Site-เป็นสถานะการทำงานที่ FE ต้องบอกกับ NOC ว่าตนเข้าไปทำงานใน site งานจริง ๆ แล้ว
เพื่อป้องกันสัญญาณ Intruder Alarm หรือสัญญาณกันขโมยนั่นเอง
->Report-หลังจากที่สามารถจัดการกับ alarm นั้นได้หรือได้เนื่องจากเหตุผลใด ๆ ต้องถูกนำมาใส่ใน report
เสมอ
->Close Job-สถานะของการสิ้นสุดงานซึ่งคนที่ปิดจะต้องเป็นคนที่เปิดหรือคนที่ถูก assign และ accept Jobนั้น ๆ
ซึ่งจาก State Job ที่พี่เขาให้มาคิดนั้น ผู้เขียนรู้สึกได้ว่ามีการเชื่อมโยงกับวิชาที่เรียนมาอย่าง
information system analysis and design
เพราะดูจากระบบ Job ที่ NOC ของ AIS แล้วจะเป็นงานที่ใช้ระบบ IT เข้ามาเกี่ยวข้องทำให้นึกถึงตอนที่การกำหนด
Requirment ว่าเขาต้องมีอะไรบ้าง และจะนำมาเขียน State Chart ได้อย่างไรแม้จะเขียนหนีจากความเป็นจริง
อยู่บ้างเพราะคิดละเอียดไปบ้างซึ่งบาง state นั้นสามารถ Group รวมกันได้

วันพุธที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2551

9/4/08+10/4/08(ครึ่งวัน)

Mobile Network 3 G(Third Generation)
3 G ในไทยนั้นมีการผลักดันกันมาสมัยตั้งแต่ที่ผู้เขียน blog ยังศึกษาอยู่ชั้น ม.5 จนปัจจุบันผู้เขียน blog เอง
ก็ได้ศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 4 ในระดับมหาวิทยาลัยแล้วซึ่งจะเห็นได้ว่าประเทศไทยใช้เวลา 7 ปีจึงจะสามารถผลักดัน
3 G ให้เกิดขึ้นมาได้ ทั้งที่หลาย ๆ ประเทศไม่ว่าจะเป็นลาวกัมพูชานั้นได้มีการเปิดใช้ 3G ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
3 G ของประเทศไทยนั้นเริ่มต้นจากการเริ่มพัฒนาส่งด้วยเทคโนโลยี EDGE ซึ่งจะได้ BW ในการส่งทางทฤษฎี
ประมาณ 384 kbps ซึ่ง operator ทุกเจ้าในไทยก็ได้มีการนำ EDGE มาใช้กันหมดแล้ว ซึ่งไม่กี่วันมานี้
ตำนาน 3 G ของไทยก็เริ่มต้นขึ้นหลังจากที่ AIS ได้รับ licenses มาก็ได้ประกาศที่จะลงทุนพัฒนาให้เกิด 3 G
ขึ้นทั่วประเทศโดยจะเริ่มที่เชียงใหม่จากนั้นก็จะเริ่มที่จังหวัดอื่น ๆ ต่อไป

Evolution path ของ AIS
1 G -ส่งได้แต่เสียงใช้การ modulate สัญญาณแบบอนาล็อกธรรมดา วิทยุเคลื่อนที่--"นกแก้วเรียกขุนทองเปลี่ยน"--ไม่ได้ใช้ใน AIS
2 G-GSM โทรศัพท์มือถือ digital และ GPRS
2.5 G- EDGE
3 G-UMTS

จาก evolution path ที่เขียนไปนั้นเป็นของ AIS เท่านั้นซึ่งใน USA นั้น operator บางเจ้าจะไม่มีการทำ EDGE
แต่จะกระโดดข้ามไปในส่วนของ W-CDMA ซึ่งการพัฒนาไปเป็น 3 G นั้นจะมีประโยชน์ตรงที่ BW นั้นจะได้รับมากกว่าเดิมหลายเท่า
ซึ่งไม่ว่าจะ W-CDMA หรือ UMTS นั้นจะได้ BW อยู่ที่ 3-5 Mbps

สำหรับอีกฟากนั้น 2 G นั้นจะเป็นระบบที่ CDMA ซึ่ง operator ในไทยที่ใช้เทคโนโลยีเครือข่ายแบบนี้ก็คือ Hutch และ CAT
ความสนใจของ CDMA นั้นอยู่ที่คุณภาพของเสียงและความปลอดภัยรวมไปถึงความคงทนต่อสัญญาณรบกวน ซึ่งประวัติศาสตร์ของ
CDMA นั้นเกิดขึ้นจากสงครามซึ่งในสมัยที่เป็น 1 G ที่มีการใช้เทคนิต FDM อย่างเดียวนั้นพบว่าฝ่ายตรงข้ามสามารถดักฟังสัญญาณได้
จึงได้มีการค้นคว้าเทคนิคการส่งสัญญาณแบบใหม่ขึ้นโดยวิธีการเข้ารหัสซึ่งจะมีสูตรในการเลือกตัวสัญญาณ pulse ที่จะมา modulate
อยู่ส่วนสัญญาณต้นนั้นจะต้องผ่านการทำ Digitize ให้เป็น digital เสียก่อนจากนั้นจึงจะนำไป modulate กลับ pulse ของสัญญาณ
รหัสแล้วส่งซึ่งโอกาสที่จะดักฟังได้นั้นอย่างมากหากสัญญาณรหัสที่ความยาวมาก ๆ ในคาบเวลาหนึ่ง ๆ และเมื่อสัญญาณที่ทำการ modulate
ถึงปลายทางแล้วก็จะทำการ modulate กับสัญญาณรหัสเดิมก็จะได้สัญญาณต้นกลับคืนมา ประโยชน์ที่สำคัญที่สุดของเครือข่าย CDMA
นั้นคือต้นทุนในการทำโครงข่ายแต่ Base station นั้นต่ำกว่า GSM มากและการ implement เทคโนโลยี 3 G เข้าไปก็เพียงแค่ plug
card เข้าไปเท่านั้น ซึ่งจะเห็นได้ CAT implement CDMA ได้ทั่วประเทศภายในเวลา 1 ปีกว่าเท่านั้น

Evolution path ของ Operator CDMA ทั่วโลก
2G-CDMA one
3G-CDMA 2000

8/4/08

Switching ของ GSM Network
หน้าที่หลักของ switching ทั่ว ๆ ไปก็จะหน้าที่หลัก ๆ อยู่สองอย่าง
1. routing เป็นการจัดการหาเส้นทางรวมถึงการจัดการกับ traffic ให้ส่งไปยังปลายทางได้อย่างถูกต้อง
2. management เป็นการจัดการกับการเชื่อมต่อภายในเครือข่ายทั้งหมด
ซึ่ง switching ใน GSM Network สำหรับ Core Network นั้นจะเป็นส่วนของ Circuit Switching
ส่วนอื่น ๆ เช่นส่วนของ VAS นั้นจะมีการจัดการในลักษณะ Packet switching กลับมาที่ Circuit Switching
ซึ่งใน GSM Network จะใช้ Signaling วิ่งในการสื่อสารภายในเครือข่าย

****ขออภัยอย่ายิ่งเนื่องจากวันที่ 7 นั้นเป็นวันหยุดชดเชยจึงไม่ได้มาฝึกงานแต่ดันลง blog เป็นวันที่ 7 ความจริงแล้วต้องเป็นวันที่ 8

วันพุธที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2551

7/4/08

วันที่สองของการฝึกงานนี้ได้รับความรู้เกี่ยวกับ GSM มากขึ้นอีกระดับโดยได้รับการฮธิบายเกี่ยวกับ Network ส่วนที่เป็น NSS(Network Switching sub system) ที่ใช้ตัว signaling C7 เป็นตัวคล้ายกับการส่งสัญญาณ ซึ่งตัว singnaling C7 นี้โดยส่วนตัวคิดว่ามีหน้าที่คล้ายกับ IP protocol ที่ใช้ส่ง packet ใน internet ซึ่งจากคำอธิบาย C7 จะมีการทำ routing โดยอุปกรณ์ที่ชื่อว่า SGW เป็น Gateway ของ GSM network ซึ่งจะเชื่อมต่ออยู่กับ MSC ของแต่ละภาค หรือในบางครั้ง SGW อาจจะไม่ได้ใช้เลยแต่จะอาศัยการสร้าง link เชื่อมต่อตรงระหว่างภาคนั้น ๆ แทน ส่วนตัวอุปกรณ์ถัดมาใน GSM Network ที่มีหน้าที่สำคัญก็คือ HLR(Home Location Register) เป็น Database ที่ใช้เก็บ profile ที่สำคัญของลูกค้า ประโยชน์ที่สำคัญที่สุดของ HLR คือใช้ในการทำ location update ซึ่งจำเป็นมากในการทำ roaming สัญญาณจากแต่ละ operator ให้เข้ากันได้ อุปกรณ์ที่สำคัญไม่แพ้กันถัดมาก็คือ Front End เป็นตัวอุปกรณ์ซึ่งใช้ combine network ที่ใช้ IP และตัว Core Network ที่เป็น GSM Network เข้าด้วยกันซึ่งอุปกรณ์นี้จะทำให้ทั้ง 2 network สามารถคุยกันได้รู้เรื่องเนื่องจาก GSM Network นั้นมี Signaling C7 ใช้ในการส่งข้อมูล ส่วนตัว IP network นั้นใช้ IP protocol ในการส่งข้อมูล

ส่วนอีกเรื่องที่ได้รับความรู้มานั้นเป็นเรื่องของ international roaming พูดง่าย ๆ ก็คือ เราอยู่ต่างประเทศเราสามารถใช้ mobile ที่นำมาจากไทยโทรคุยได้ทั่วโลกโดยใช้ sim เดิม และฝรั่งต่างประเทศก็สามารถนำ mobile ของประเทศเค้ามาใช้ในไทยได้ เรื่องของการทำ international roaming นั้นจะใช้ตัว MCC ที่อยู่ใน SIM ในการที่จะรู้ว่า mobile ที่นำมาใช้เป็นของประเทศใดอย่างเช่น Netherland ก็จะใช้ 56 ซึ่งเป็น mobile country code ของ Netherland เมื่อตรวจพบก็รู้ว่าเป็นของประเทศ Netherland จากนั้นก็จะมาดูตัว MNC ว่า match กับ operator ตัวไหนของประเทศนั้นซึ่ง concept ของการทำ routing แบบนี้จะคล้าย ๆ กับการ routing ใน IP network คือจะ match ตัว subnet mark กับ ip แบบ bit-by-bit แล้วจะได้ destination Network ขึ้นมาจากนั้น forward ไป node ถัดไป กลับมากล่าวที่ GSM Network กันต่อในเรื่องของ international roaming ซึ่งหลังจากที่พบว่าเป็น operator ใดของประเทศใดแล้วจากนั้นจะเกิดการทำ location update ระหว่างmobile กับ GSM Network ซึ่งจะมี signaling วิ่งไปที่ HLR ของ operator ของประเทศนั้น ๆ เมื่อ register ว่า user ได้จะทำการใช้งานตัว mobile ของ network ของ operator อื่นที่ต่างประเทศจากนั้นเมื่อ user ทำการโทรออกทุกครั้ง signaling ก็จะวิ่งไปที่ operator เดิมของตนเองก่อนจากนั้นถึงจะ forward ต่อไปให้กับ operator ที่ user ทำการใช้งานในประเทศนั้นอยู่

3/4/08

GSM Network ระบบเครือข่าย GSM ประกอบด้วย Sub system 2 System ใหญ่ ๆ คือ ส่วนของ BSS(Base Station Sub system) ซึ่งจะประกอบด้วย Antenna BTS(Base Transceiver Station) และ BSC(Base Station Controller) ส่วนที่สองเป็นส่วนของ NSS (Network Switching Sub System) ซึ่งตัวอุปกรณ์ส่วนใหญ่จะเป็น MSC(Mobile Service Switching center) หรือพวกตู้ชุมสายสำหรับการติดต่อระหว่าง Network กับ Mobile นั้นจะรับส่งผ่าน Antenna และเรียกการเชื่อมต่อนี้ว่า Air interfaceโดยกระบวนการสำคัญที่ใช้ในการ multiplex จะใช้นั้นจะใช้เทคนิคของ TDMA & FDMA โดยใน 1 คาบเวลาจะแบ่งออกเป็น 8 TS ซึ่งแต่ละคาบเวลาก็จะมีหลาย ๆ ความถี่ และในการติดต่อระหว่าง BTS และ BSC ก็เช่นเดียวกันจะมี interface ที่ชื่อว่า Abis interface ซึ่ง AIS ได้ใช้ media ตามมาตรฐานยุโรปคือใช้ E-1 เป็น media ซึ่งส่วนของ Abis interface นั้นใช้เทคนิคในการทำ multiplex เช่นเดียวกับ Air interface แต่จะมี TS 32 TS ต่อ 1 คาบเวลา โดย TS แรกจะเป็น Alignment ใช้ในการ synchronizationขบวนการที่สำคัญในการ call แต่ละครั้งของ mobile ระบบ GSM Network นั้นคือการ setup callระหว่าง caller called โดยจะอาศัยช่องทางการสื่อสารที่เรียกว่า Channel มาใช้ในการ setup call โดยเริ่มแรก caller จะเป็นผู้ใข้ RACH เพื่อร้องขอ TCH จากนั้นเมื่อ BSC ทำการจอง Channel ได้แล้วตัว mobile ฝั่ง caller ได้รับ message ตอบกลับการร้อง TCH ผ่าน Channel AGCH หลังจากนั้นเมื่อ BSC ที่ mobile ฝั่ง called ใช้งานอยู่จะทำการ paging หา mobile ฝั่ง called ทุก BTS ผ่าน PCH สำหรับ Channel ทั้งหมดที่ใช้สื่อสารใน GSM Network นั้นจะแบ่งออกเป็น 4 ประเภท
1. BCH(Broadcast Channel) ใช้ในการ Broadcast ไปให้ mobile ทุกเครื่องที่อยู่ในเครือข่ายรับรู้
2. TCH(Traffic Channel) เป็น Channel ที่ใช้ในการส่งข้อมูลจริงคือ Voice และ Data
3. CCCH(Common Control Channel) ใช้ในการทำ setup call
4. DCH(Dedicated Channel) channel ที่ใช้ในการทำกระบวนการอื่น ๆ เช่นส่ง SMS การทำ loc-up